กิจกรรมที่ 9 ความประทับใจ กับ "แฮร์รี่ พอตเตอร์"
posted on 12 Oct 2010 15:48 by misspearyรายละเอียดเบื้องต้น
- ขออนุญาติใช้คำบ่งบอกถึงอารมณ์ อิโมติคอนหรือคำอุทานเพื่ออรรถรสในการอ่าน
- ขออนุญาติเครดิตภาพที่นำมาใช้รวมทั้งภาพที่ถ่ายมาเองเพื่อป้องกันการลอกเลียน ขออภัยในความไม่สะดวก
- ขอให้ทุกท่านกรุณาอย่านำเนื้อหาทั้งหลายนี้รวมทั้งภาพไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ
(ห้ามมิให้ละเมิดลิขสิทธิ์ - อ้างอิงจากกฏหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น มาตราที่ 27-30 และการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง มาตราที่ 31)
------
- ขออนุญาติใช้คำบ่งบอกถึงอารมณ์ อิโมติคอนหรือคำอุทานเพื่ออรรถรสในการอ่าน
- ขออนุญาติเครดิตภาพที่นำมาใช้รวมทั้งภาพที่ถ่ายมาเองเพื่อป้องกันการลอกเลียน ขออภัยในความไม่สะดวก
- ขอให้ทุกท่านกรุณาอย่านำเนื้อหาทั้งหลายนี้รวมทั้งภาพไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ
(ห้ามมิให้ละเมิดลิขสิทธิ์ - อ้างอิงจากกฏหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น มาตราที่ 27-30 และการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง มาตราที่ 31)
------

ถ้าจะให้เล่าถึงความประทับใจที่เกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ล่ะก็...มันดูง่าย แน่นอน หากเรานึกเผินๆนะ...
แต่ถ้าหากมานั่งนับย้อนเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับมัน เอาให้ทุกช๊อต...มันก็ยาวมากเลยทีเดียว...
เผลอๆ อาจจะไม่มีที่สิ้นสุดเลยด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดอยู่แล้ว...ว่าทำไมมันถึงยาว...ก็เพราะมันคือ 'ความประทับใจที่ตราตรึง' สินะ...

บางคนอาจจะงงว่าทำไมต้องเอาภาพนี้มาแปะไว้ภาพแรก?
เพราะว่ามันเป็นภาพของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เห็นครั้งแรกในชีวิตเลย ย้อนไปประมาณสิบปีก่อนได้ละมั้ง
ตอนนั้น...เห็นครั้งแรกที่โรงหนังชั้นสี่บนเดอะมอลล์ บางกะปิ รู้สึกว่าจะไปฉลองอะไรสักอย่างเลยแวะไปดูหนังด้วย
แวบแรกที่เห็นก็คือเด็กแว่นหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนนี้ต้องเป็นพระเอกในเรื่องแน่ๆ
เห็นได้ชัดอยู่แล้ว...ว่าทำไมมันถึงยาว...ก็เพราะมันคือ 'ความประทับใจที่ตราตรึง' สินะ...

บางคนอาจจะงงว่าทำไมต้องเอาภาพนี้มาแปะไว้ภาพแรก?
เพราะว่ามันเป็นภาพของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เห็นครั้งแรกในชีวิตเลย ย้อนไปประมาณสิบปีก่อนได้ละมั้ง
ตอนนั้น...เห็นครั้งแรกที่โรงหนังชั้นสี่บนเดอะมอลล์ บางกะปิ รู้สึกว่าจะไปฉลองอะไรสักอย่างเลยแวะไปดูหนังด้วย
แวบแรกที่เห็นก็คือเด็กแว่นหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนนี้ต้องเป็นพระเอกในเรื่องแน่ๆ
ไม่ได้อ่านสปอยอะไรหรอกแต่ส่วนใหญ่ หนังก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
แวบที่สองก็คือ เห็นผู้ชายผมสีดำ ใส่ชุดดำอีก หน้าออกร้ายลึก
แวบที่สองก็คือ เห็นผู้ชายผมสีดำ ใส่ชุดดำอีก หน้าออกร้ายลึก
แปะเด่นอยู่ตรงหน้าล่างเลยแฮะ แม่ก็ทักว่า 'สงสัยผู้ชายคนนี้เป็นตัวโกง'
พอแม่พูดจบ ก็ไม่เถียงอะไรแม่หรอก เพราะเห็นด้วยสุดๆ -_-" (แต่ทีหลังก็รู้ว่าควีเรลล์ต่างหากที่ไม่ดี)
พอนึกได้ว่าทำไมต้องมาดูหน้าโปสเตอร์โซนนี้ด้วย ก็เลยมองแม่ทีนึงและถามว่า 'จะดูเรื่องนี้หรอคะ'
แม่ก็ทำหน้างงๆตอบว่า 'ชื่อเรื่อง Harry Potter...อะไรสักอย่าง เป็นหนังเด็ก ลองดูแล้วกัน น่าจะสนุก...'
ได้ยินชื่อก็แอบนึกในใจแบบคนมันกำลังขำว่า 'แฮร์รี่ หม้อ'... อ้าว Pot ก็แปลว่าหม้อไง? 555
จำได้ว่าคนต่อคิวซื้อตั๋วกันมโหฬาร กว่าจะซื้อเสร็จ หนังก็ใกล้ฉายแล้วด้วย...
พอแม่พูดจบ ก็ไม่เถียงอะไรแม่หรอก เพราะเห็นด้วยสุดๆ -_-" (แต่ทีหลังก็รู้ว่าควีเรลล์ต่างหากที่ไม่ดี)
พอนึกได้ว่าทำไมต้องมาดูหน้าโปสเตอร์โซนนี้ด้วย ก็เลยมองแม่ทีนึงและถามว่า 'จะดูเรื่องนี้หรอคะ'
แม่ก็ทำหน้างงๆตอบว่า 'ชื่อเรื่อง Harry Potter...อะไรสักอย่าง เป็นหนังเด็ก ลองดูแล้วกัน น่าจะสนุก...'
ได้ยินชื่อก็แอบนึกในใจแบบคนมันกำลังขำว่า 'แฮร์รี่ หม้อ'... อ้าว Pot ก็แปลว่าหม้อไง? 555
จำได้ว่าคนต่อคิวซื้อตั๋วกันมโหฬาร กว่าจะซื้อเสร็จ หนังก็ใกล้ฉายแล้วด้วย...
และอันเจ้ากรรมนายเวรบันดาลให้ท้องไส้หิวขึ้นมา
เลยคิดว่ากินแปปเดียว ไม่เป็นไรมั้ง ชิ่งไปร้านขายนมกับขนม ที่มีโลโก้เป็นวัว ธีมร้านสีชมพูๆ...
จำชื่อไม่ได้แล้ว ไปนั่งโซ้ยสักครึ่งชั่วโมง ไม่รู้นมเสียหรืออย่างไร อาเจียนออกมาซะตรงนั้น =__="
ต้องใช้เวลาสักพักกว่าอาการจะดีขึ้น เสียเวลาเพราะไปห้องน้ำด้วยละ และตอนนั้นก็เป็นเวลาที่หนังฉายไปแล้วด้วย
ตอนนั้นอยู่ในมู้ดโอ้ มาย ก๊อด สุดๆ เพราะกลัวจะดูไม่รู้เรื่อง เราก็รีบวิ่งไปที่ทางเข้า ยัดตั๋วใส่มือพนักงาน
ต้องใช้เวลาสักพักกว่าอาการจะดีขึ้น เสียเวลาเพราะไปห้องน้ำด้วยละ และตอนนั้นก็เป็นเวลาที่หนังฉายไปแล้วด้วย
ตอนนั้นอยู่ในมู้ดโอ้ มาย ก๊อด สุดๆ เพราะกลัวจะดูไม่รู้เรื่อง เราก็รีบวิ่งไปที่ทางเข้า ยัดตั๋วใส่มือพนักงาน
ซิ่งไปตามทางเดิน เข้าโรงที่พนักงานเปิดอ้าต้อนรับและเดินบันไดขึ้นไปแล้วจากนั้น...โป๊ะเช๊ะ!!!

ตอนนั้นที่เข้าไปในโรง เห็นหน้าเด็กชายใส่เสื้อโคร่งๆใส่แว่นผมดำอยู่บนจอ สีหน้าตะลึงนิดๆและก็ผู้ชายตัวใหญ่ ผมรุงรังยาวๆ ยิ้มให้เด็กคนนั้นที่เฟรมถัดไป

ตอนนั้นที่เข้าไปในโรง เห็นหน้าเด็กชายใส่เสื้อโคร่งๆใส่แว่นผมดำอยู่บนจอ สีหน้าตะลึงนิดๆและก็ผู้ชายตัวใหญ่ ผมรุงรังยาวๆ ยิ้มให้เด็กคนนั้นที่เฟรมถัดไป
(ตอนนั้นคือตอนที่อยู่ในประภาคารและแฮกริดบอกว่าแฮร์รี่เป็นพ่อมดพอดิบพอดีเลย บังเอิญมากๆ)
ไอ้เราก็โกยไปที่นั่ง เตะขาเตะเท้าคนอื่นกระเด็นกระดอน เลือกที่นั่งจากห้าหกที่นั่งที่จองไว้และก็เริ่มดูด้วยความงงเพราะมาช้า
ที หลังสมองก็เริ่มทำงานและ make sense ขึ้นอีกหน่อย เนื้อเรื่องในหัวตอนนั้นไม่มีอะไรมาก...
ก็แค่ตัวเอกที่ชื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์กับแฮกริด เคาะหินเข้าไปตรอกไดแอกอน วิ่งผ่านอิฐแข็งๆ นั่งรถไฟไปโรงเรียน
แนะนำตัวกับเด็กหัวแดงที่ชื่อรอน หน้าตาติงต๊อง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวตลกของเรื่อง
กับเฮอร์ไมโอนี่ เด็กผมฟูที่ทั้งฉลาดและกล้าแสดงออกไม่เบา
กับเฮอร์ไมโอนี่ เด็กผมฟูที่ทั้งฉลาดและกล้าแสดงออกไม่เบา
ลืมๆ ย้อนไปอีกสักนิด ตอนที่รอนพูดเกี่ยวกับกบช๊อกโกแลต แบบว่าหิวอีกรอบ อยากกิน เพราะปกติเป็นคนชอบกินช๊อกโกแลตอยู่แล้ว

ชอบตอนที่แฮร์รี่กับเด็กๆเรียนคาถากับฟลิตวิก...ด้วยความเพ้อฝัน ดูแล้วก็อยากได้ไม้กายสิทธิ์มาทำแบบนั้นบ้าง
ฉากของรอนกับเฮอร์ไมโอนี่แอบฮา แต่อยากจะฟัดรอนสักสองสามทีเพราะไปนินทาเฮอร์ไมโอนี่ลับหลังแบบนั้น

ชอบตอนที่แฮร์รี่กับเด็กๆเรียนคาถากับฟลิตวิก...ด้วยความเพ้อฝัน ดูแล้วก็อยากได้ไม้กายสิทธิ์มาทำแบบนั้นบ้าง
ฉากของรอนกับเฮอร์ไมโอนี่แอบฮา แต่อยากจะฟัดรอนสักสองสามทีเพราะไปนินทาเฮอร์ไมโอนี่ลับหลังแบบนั้น
แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเพื่อนกันอยู่ดี

อีกฉากหนึ่งที่ชอบก็คือตอนที่ผ่าด่านไปหาศิลาอาถรรพ์

อีกฉากหนึ่งที่ชอบก็คือตอนที่ผ่าด่านไปหาศิลาอาถรรพ์
ประทับใจในความเก่ง ความกล้าหาญของแต่ละคนที่มีอยู่เต็มเปี่ยม เพียงอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นการบินของแฮร์รี่ การใช้ตรรกะของเฮอร์ไมโอนี่ และก็การเดินหมากรุกของรอน ที่ยอมเสียสละให้เพื่อน ประทับใจมากๆ...
จำได้ว่าตอนที่แฮร์รี่เจอโวลเดอมอร์ แอบสยองหน่อยๆ หน้าเล่นแปะอยู่ข้างหลังหัวควีเรลล์อย่างงั้น 0.0 ใครกันจะมีสองหน้าในหัวเดียว?
พอดูจบ ก็รู้สึกว่าชอบนะ เนื้อเรื่องสนุก แต่ก็บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงเห่อนัก
ผ่านไปไม่กี่วัน พอดีต้องออกไปซื้อของกับครอบครัว แวะไปซื้อแผ่นหนังมาดูย้อนด้วย เพราะตอนแรกไม่ได้ดู
ต่อจากนั้น...ก็แวะไปที่ชั้นขายขนมในห้าง Foodland ปรากฎว่าที่ shelf มีกบช๊อกโกแลตขาย (แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
เสียดายที่กระโดดไม่ได้ แต่หากกระโดดได้เราก็คงอดกิน 55 ด้วยความที่ค่อนข้างเห่อแฮร์รี่เลยซื้อรสไวท์ ช๊อกโกแลตกับช๊อกโกแลตมา
แพง นิดนึง นุ่มๆเหนียวๆ และก็มีแถมการ์ดเหมือนในหนังด้วย เป็นการ์ดสามมิติ แต่สะสมไม่ครบสักทีเพราะชอบเจอกันที่ซ้ำกันอยู่เรื่อง
มียี่สิบกว่าแบบ เป็นรูปเกี่ยวกับแฮร์รี่ในภาคแรกๆเลย
รูปร่างคร่าวๆประมาณนี้จ้ะ

ตอนนี้ก็ยังเก็บการ์ดเหล่านั้นอยู่เลยแต่อยู่ในกล่อง ยังไม่ได้เอาออกมาถ่ายเลยขอยืมภาพตัวอย่างจาก google มาก่อนนะ :)
ของชิ้นต่อก็ไป...อันเกิดจากความเห่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ไปซื้อกระปุกออมสินมาเซ็ทนึง อันนี้ถ่ายเองเมื่อหลายวันก่อน ^__^"

หยอดคุ้มมาก สิบปีแล้ว ยังไม่พัง ไม่บุบสลาย 555 แบ่งใส่สามกระปุกเลย แต่รู้สึกจะใส่ของเฮอร์ไมโอนี่เยอะสุด
พอซื้อประปุกออมสินเสร็จก็แวะไปซื้อเกมส์มาเล่นด้วย เพราะเห็นรูปนี้ข้างล่างนี่แปะไว้ตรงโซนขายแผ่นเกมส์ที่เดอะมอลล์

นับจากวันที่ดูหนังแฮร์รี่เรื่องแรก ก็เห่อแฮร์รี่มากๆ ยิ่งตอนที่ภาคสองฉาย บ้ายิ่งกว่าเดิม
รูปร่างคร่าวๆประมาณนี้จ้ะ

ตอนนี้ก็ยังเก็บการ์ดเหล่านั้นอยู่เลยแต่อยู่ในกล่อง ยังไม่ได้เอาออกมาถ่ายเลยขอยืมภาพตัวอย่างจาก google มาก่อนนะ :)
ของชิ้นต่อก็ไป...อันเกิดจากความเห่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ไปซื้อกระปุกออมสินมาเซ็ทนึง อันนี้ถ่ายเองเมื่อหลายวันก่อน ^__^"

หยอดคุ้มมาก สิบปีแล้ว ยังไม่พัง ไม่บุบสลาย 555 แบ่งใส่สามกระปุกเลย แต่รู้สึกจะใส่ของเฮอร์ไมโอนี่เยอะสุด
พอซื้อประปุกออมสินเสร็จก็แวะไปซื้อเกมส์มาเล่นด้วย เพราะเห็นรูปนี้ข้างล่างนี่แปะไว้ตรงโซนขายแผ่นเกมส์ที่เดอะมอลล์

นับจากวันที่ดูหนังแฮร์รี่เรื่องแรก ก็เห่อแฮร์รี่มากๆ ยิ่งตอนที่ภาคสองฉาย บ้ายิ่งกว่าเดิม
ชอบตอนสู้กับบาซิลิกส์และตอนที่ปรุงน้ำยาสรรพรสกันมากๆ หลังจากนั้นก็ไปซื้อหนังสือมาทยอยอ่าน เล่มไหนออก ก็ซื้อเล่มนั้นต่อ รู้สึกภาคแรกที่อ่านจะเป็นภาคสาม ปกแข็งด้วย แพงหน่อยแต่ก็ทน ไม่ยับ ไม่ขาดเลย
ของที่ซื้ออีกช่วงนั้นก็คือนิตยสาร ที่มีคอลัมน์เกี่ยวกับแฮร์รี่ เล่มโปรด กล่องดินสอ สมุดโน้ตแฮร์รี่ ปฏิทิน โปสการ์ดที่ระลึก พวงกุญแจ ที่คั่นหนังสือ เกมส์ ของเล่น (ไม่รู้ว่าตอนนี้เอาไปซุกไว้ตรงส่วนไหนของบ้าน)
และก็กล่องตุ๊กตาแฮร์รี่ แถมไม้กวาดที่เปิดจุกออกมาแล้วเป็นตราสัญลักษณ์ฮอกวอตส์กับปั้มตราสีม่วงในร่างหีบควิชดิช
ภาพนี้ถ่ายเองเหมือนกัน ป่านนี้ หมึกยังไม่หมดเลย ยังใช้ประดับโน่นปั้มนี่เรื่อยๆ ^__^"

จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงแม่ว่าหลายครั้งเพราะการเรียนตก ประมาณว่าจากเกรด A+ เป็น B+ ภายหลังเลยลดความฟีเวอร์แฮร์รี่ลง ทำให้การเรียนของเราเริ่มบาลานซ์และกลับมาดีอีกครั้ง แต่ก็ยังคงชื่นชอบและประทับใจในแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ไม่เปลี่ยนและยังคงซื้อของเกี่ยวกับแฮร์รี่มาสะสมอยู่เรื่อยๆเช่นเดิม
มาต่อกันที่ Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ...
ภาคนี้ก็ยังคงเน้นความสนุก น่าตื่นเต้นเหมือนเดิมแต่ตัวละคร ทุกตัวหน้าตาเปลี่ยนไปเยอะ รวมทั้งอาจารย์ใหญ่ที่แตกต่างจากริชาร์ด แฮริส แต่ก็ยังคงความเป็น 'อัลบัส เพอร์ซิวาล วุลฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์'

ฉากที่ชอบก็คือตอนที่ลูปินสอนนักเรียนปีสามสู้กับบ๊อกการ์ตแล้วเรียกเนวิลล์มาสาธิตค นแรก อดขำไม่ได้จริงๆ 555
![]()
![]()
![]()

อีก ฉากที่ชอบ : เฮอร์ไมโอนี่ต่อยหน้ามัลฟอย & การช่วยบัคบีคและซิเรียส ด้วยความช่วยเหลือจากนาฬิกาทรายย้อนเวลาที่มักกอนากัลให้เฮอร์ไมโอนี่ยืม


ฉากที่ชอบก็คือตอนที่ลูปินสอนนักเรียนปีสามสู้กับบ๊อกการ์ตแล้วเรียกเนวิลล์มาสาธิตค นแรก อดขำไม่ได้จริงๆ 555

อีก ฉากที่ชอบ : เฮอร์ไมโอนี่ต่อยหน้ามัลฟอย & การช่วยบัคบีคและซิเรียส ด้วยความช่วยเหลือจากนาฬิกาทรายย้อนเวลาที่มักกอนากัลให้เฮอร์ไมโอนี่ยืม

โดย รวมแล้วก็ประทับใจหนังสือและหนังภาคนี้เหมือนกับภาคอื่นๆ แต่แฮร์รี่ทำเราเคืองมากเพราะใจดีต่อหางหนอน...
เป็นเหตุให้มันหนีรอดไปได้ =__="
หลังจากภาคนี้เริ่มรู้สึกแปลกๆกับแฮร์รี่ อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมแต่รู้สึกว่าเห่อแฮร์รี่น้อยลงเรื่อยๆ
อาจจะเพราะความผิดหวังที่หางหนอนไม่ตาย
ต่อที่ภาคสี่ ความรู้สึกว่าจะเลิกชอบแฮร์รี่หายไปทันที...
ต่อที่ภาคสี่ ความรู้สึกว่าจะเลิกชอบแฮร์รี่หายไปทันที...
และกลับมาประทับใจในฉากอลังการของควิชดิชเวิลด์คัพแม้ว่าจะถ่ายน้อยไปหน่อย และ ก็ชอบการประลองเวทไตรภาคี
ทั้งสามภารกิจ สนุกและเร้าใจไม่แพ้กัน ฉากที่น่าประทับใจในความคิดของเราอีกฉากก็คือฉากที่ไม้ของแฮร์รี่กับของโวลดี้เชื่อมกัน

ภาคที่ห้า - แอบชอบห้องของอัมบริดจ์ ห้องชีหรูหรา luxury มากกกกกก!! ว้าวววว! & ชอบการฝึกของก.ด. & การต่อสู้ของดัมเบิลดอร์กับโวลดี้

ภาคที่ห้า - แอบชอบห้องของอัมบริดจ์ ห้องชีหรูหรา luxury มากกกกกก!! ว้าวววว! & ชอบการฝึกของก.ด. & การต่อสู้ของดัมเบิลดอร์กับโวลดี้
เอฟเฟคอลังการงานสร้างมาก งานเขียนของเจเคก็เทพเหมือนเดิม แต่เสียดายที่คนกำกับตัดฉากเยอะไปหน่อย
ภาค นี้เป็นภาคที่เน้นเรื่องข้อคิดเยอะมาก โดยเฉพาะตอนท้าย ที่โวลดี้กะจะเข้าสิงแฮร์รี่และล่อให้ดัมเบิลดอร์ฆ่าแฮร์รี่
แต่ความรักก็เอาชนะจนได้...เป็นฉากที่ทำให้เราประทับใจมากขึ้นอีก
ใน ภาพที่หก...ไม่อยากจะพูดเลย เพราะภาคนี้คือภาคที่เศร้ามากและออกแนวดาร์ก
ใน ภาพที่หก...ไม่อยากจะพูดเลย เพราะภาคนี้คือภาคที่เศร้ามากและออกแนวดาร์ก
แม้ว่าจะคาดเดาไว้แล้วว่าตัวละครตัวนี้อาจจะตาย และก็อ่านมาแล้ว
แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเลยต้องทำใจอย่างแรงก่อนดู และทำใจหลังดูด้วย

ตอนที่ทั้งประทับใจและทั้งสะเทือนใจมากก็คือตอนที่...พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ อัลบัส ดัมเบิลดอร์เสียชีวิต...
ปกติเป็นแพร์เป็นคนแข็งๆนะ ดูหนังแล้วร้องไห้ไม่เป็น แต่พอดูตอนนี้ อดร้องไห้ไม่ได้...เศร้ามาก T^T
ฉากไม่มีอะไรมาก แฮร์รี่คุกเข่าอยู่ข้างดัมเบิลดอร์และร้องไห้...แต่แค่ดู...แค่ดูเท่านั้น ไม่รู้ว่าทำไมตัวเราเองก็น้ำตาไหลได้
อาจ จะเป็นเพราะดัมเบิลดอร์เป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่มากและคอยปกป้องแฮร์รี่ตลอด พอแฮร์รี่ขาดดัมเบิลดอร์...ก็เท่ากับว่าผู้ปกป้องแฮร์รี่ตั้งแต่ต้นได้หายไป แล้ว...
มาย้อนดูกันหน่อยมั้ยว่าดัมเบิลดอร์ช่วยแฮร์รี่ยังไง
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์อุ้มแฮร์รี่ขณะที่แฮร์รี่เป็นแค่ทารกไปส่งที่บ้าน?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์มาช่วยชีวิตแฮร์รี่หลังจากที่สู้กับควีเรลล์และโวลเดอมอร์ภาคแรก?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์ช่วยแฮร์รี่หลังจากที่แฮร์รี่ตกจากไม้กวาดในภาคสาม?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์สะกดนิ่งบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ได้ทันท่วงที ไม่งั้นแฮร์รี่คงจะตายไปแล้วในภาคสี่?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์ช่วยแฮร์รี่และกล่าวหาตัวเองว่าตัวเองเป็นคนก่อตั้งก.ด ในภาคห้า?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์มาช่วยแฮร์รี่ทันพอดี ไม่งั้นแฮร์รี่ก็คงจะถูกโวลเดอมอร์สังหารในภาคที่ห้า?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์ทำลายฮอกครักซ์ไปมากมาย และยังยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องแฮร์รี่อีกในภาคหก?
ดัมเบิลดอร์เป็นพ่อมดที่ดีแม้จะเคยมีข้อผิดพลาด แต่ก็เป็นคนดีมาตั้งแต่นั้น เพราะได้เรียนรู้และผ่านอะไรมามาก
แฮ ร์รี่ พอตเตอร์ ถือว่าเป็นวรรณกรรมที่สอนคนหลายอย่างเกี่ยวกับข้อคิดดีๆเลยทีเดียว :) อ่านมามากกว่ายี่สิบรอบก็พอสรุปได้ว่ามีข้อดีอะไรบ้าง
..ตอน นี้ก็กำลังรอดูภาคจบของแฮร์รี่อย่างจดใจจดจ่อ ซึ่งก็คือแฮร์รี่ภาคเจ็ด จุดหนึ่งและจุดสอง และก็หวังว่ามันจะทำให้เรารู้สึกประทับใจไม่มีวันลืมเช่นภาคก่อน~~
(อ่านหนังสือแล้ว เสียใจมากที่เฮ็ดวิก & ด๊อบบี้ตาย T^T)
แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือครบทุกเล่มแล้ว ก็เข้าใจว่าทำไมเจเคถึงปล่อยให้หางหนอนรอดไปได้ เข้าใจทุกอย่างจริงๆ ^^"
แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเลยต้องทำใจอย่างแรงก่อนดู และทำใจหลังดูด้วย

ตอนที่ทั้งประทับใจและทั้งสะเทือนใจมากก็คือตอนที่...พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ อัลบัส ดัมเบิลดอร์เสียชีวิต...
ปกติเป็นแพร์เป็นคนแข็งๆนะ ดูหนังแล้วร้องไห้ไม่เป็น แต่พอดูตอนนี้ อดร้องไห้ไม่ได้...เศร้ามาก T^T
ฉากไม่มีอะไรมาก แฮร์รี่คุกเข่าอยู่ข้างดัมเบิลดอร์และร้องไห้...แต่แค่ดู...แค่ดูเท่านั้น ไม่รู้ว่าทำไมตัวเราเองก็น้ำตาไหลได้
อาจ จะเป็นเพราะดัมเบิลดอร์เป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่มากและคอยปกป้องแฮร์รี่ตลอด พอแฮร์รี่ขาดดัมเบิลดอร์...ก็เท่ากับว่าผู้ปกป้องแฮร์รี่ตั้งแต่ต้นได้หายไป แล้ว...
มาย้อนดูกันหน่อยมั้ยว่าดัมเบิลดอร์ช่วยแฮร์รี่ยังไง
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์อุ้มแฮร์รี่ขณะที่แฮร์รี่เป็นแค่ทารกไปส่งที่บ้าน?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์มาช่วยชีวิตแฮร์รี่หลังจากที่สู้กับควีเรลล์และโวลเดอมอร์ภาคแรก?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์ช่วยแฮร์รี่หลังจากที่แฮร์รี่ตกจากไม้กวาดในภาคสาม?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์สะกดนิ่งบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ได้ทันท่วงที ไม่งั้นแฮร์รี่คงจะตายไปแล้วในภาคสี่?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์ช่วยแฮร์รี่และกล่าวหาตัวเองว่าตัวเองเป็นคนก่อตั้งก.ด ในภาคห้า?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์มาช่วยแฮร์รี่ทันพอดี ไม่งั้นแฮร์รี่ก็คงจะถูกโวลเดอมอร์สังหารในภาคที่ห้า?
จำได้ไหม ตอนที่ดัมเบิลดอร์ทำลายฮอกครักซ์ไปมากมาย และยังยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องแฮร์รี่อีกในภาคหก?
ดัมเบิลดอร์เป็นพ่อมดที่ดีแม้จะเคยมีข้อผิดพลาด แต่ก็เป็นคนดีมาตั้งแต่นั้น เพราะได้เรียนรู้และผ่านอะไรมามาก
แฮ ร์รี่ พอตเตอร์ ถือว่าเป็นวรรณกรรมที่สอนคนหลายอย่างเกี่ยวกับข้อคิดดีๆเลยทีเดียว :) อ่านมามากกว่ายี่สิบรอบก็พอสรุปได้ว่ามีข้อดีอะไรบ้าง
..ตอน นี้ก็กำลังรอดูภาคจบของแฮร์รี่อย่างจดใจจดจ่อ ซึ่งก็คือแฮร์รี่ภาคเจ็ด จุดหนึ่งและจุดสอง และก็หวังว่ามันจะทำให้เรารู้สึกประทับใจไม่มีวันลืมเช่นภาคก่อน~~
(อ่านหนังสือแล้ว เสียใจมากที่เฮ็ดวิก & ด๊อบบี้ตาย T^T)
แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือครบทุกเล่มแล้ว ก็เข้าใจว่าทำไมเจเคถึงปล่อยให้หางหนอนรอดไปได้ เข้าใจทุกอย่างจริงๆ ^^"
ขอกล่าวสักนิด...ในชีวิตจริงแล้ว แพร์เป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนที่จริงใจจริงๆ มีก็มีแต่เพื่อนกิน ไม่จริงใจเอาเลยสักคน
บาง คนก็มาเกาะ มาหาผลประโยชน์ มาลอกการบ้านบ้าง อะไรบ้าง บางครั้งก็นึกนะว่าทำไมเฮอร์ไมโอนี่ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ฉลาด เรียนเก่ง
แต่ทำไมถึงมีเพื่อนดีๆอย่าง แฮร์รี่กับรอน หรือว่าเพราะสังคมฝรั่งกับเมืองไทยมันไม่เหมือนกันก็ไม่รู้นะ
ถ้าคนที่คุยด้วยเยอะๆก็มีแต่ที่ครอบครัวและก็หมกมุ่นกับแฮร์รี่เท่านั้น...

จน บางครั้ ง...ถึงเดี๋ยวนี้ ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเฮอร์ไมโอนี่อยู่เลย ทั้งหัวสมองทั้งนิสัย คนอื่นก็บอกอย่างงี้เหมือนกัน ไม่ได้คิดเองคนเดียว หรืออาจจะเพราะว่า เราชอบแฮร์รี่มากจนซึมซับนิสัยของตัวละครในเรื่องนี้ไปด้วย...
ตอนที่เราเหงา เราก็มีแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่และคนอื่นๆในจินตนาการมาแทนเพื่อนในชีวิตจริงๆ อย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ และไม่รู้ว่าทำไมถึงติดแฮร์รี่มาก ใช่ว่าไม่เคยอ่านหนังสือเล่มอื่นๆแนวนี้. แต่ยังไงก็ตาม แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เป็นเพื่อนหนังสือที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพบ
บาง คนก็มาเกาะ มาหาผลประโยชน์ มาลอกการบ้านบ้าง อะไรบ้าง บางครั้งก็นึกนะว่าทำไมเฮอร์ไมโอนี่ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ฉลาด เรียนเก่ง
แต่ทำไมถึงมีเพื่อนดีๆอย่าง แฮร์รี่กับรอน หรือว่าเพราะสังคมฝรั่งกับเมืองไทยมันไม่เหมือนกันก็ไม่รู้นะ
ถ้าคนที่คุยด้วยเยอะๆก็มีแต่ที่ครอบครัวและก็หมกมุ่นกับแฮร์รี่เท่านั้น...

จน บางครั้ ง...ถึงเดี๋ยวนี้ ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเฮอร์ไมโอนี่อยู่เลย ทั้งหัวสมองทั้งนิสัย คนอื่นก็บอกอย่างงี้เหมือนกัน ไม่ได้คิดเองคนเดียว หรืออาจจะเพราะว่า เราชอบแฮร์รี่มากจนซึมซับนิสัยของตัวละครในเรื่องนี้ไปด้วย...
ตอนที่เราเหงา เราก็มีแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่และคนอื่นๆในจินตนาการมาแทนเพื่อนในชีวิตจริงๆ อย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ และไม่รู้ว่าทำไมถึงติดแฮร์รี่มาก ใช่ว่าไม่เคยอ่านหนังสือเล่มอื่นๆแนวนี้. แต่ยังไงก็ตาม แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เป็นเพื่อนหนังสือที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพบ
ไม่ได้โม้ แต่แฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ใต้จิตสำนึกของเรามาสม่ำเสมอ
ท้ายที่สุดนี้...แพร์อยากจะบอกว่า...
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' สำหรับแรงบันดาลใจอันสร้างสรรค์
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เรารู้สึกถึงเวทมนตร์อันเกิดจากจินตนาการอันเปี่ยมล้น
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราได้ฝึกอ่านหนังสือเล่มหนาๆโดยไม่เบื่อไปเสียก่อน
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เรารักการอ่านมาจนถึงวันนี้
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราริเริ่มไอเดียและลองหัดเขียนหนังสือบ้าง
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราได้ฝึกปรือฝีมือการสร้างเว็บไซต์โดยยืมธีมโรงเรียนเวทมนตร์มาใช้เป็นครั้งแรก
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราได้ลองหัดใช้ชีวิตแบบคนเพ้อฝันได้อย่างสนุกสนานแต่ก็ลงตัวด้วยในเวลาเดียวกัน
ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ...
ท้ายที่สุดนี้...แพร์อยากจะบอกว่า...
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' สำหรับแรงบันดาลใจอันสร้างสรรค์
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เรารู้สึกถึงเวทมนตร์อันเกิดจากจินตนาการอันเปี่ยมล้น
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราได้ฝึกอ่านหนังสือเล่มหนาๆโดยไม่เบื่อไปเสียก่อน
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เรารักการอ่านมาจนถึงวันนี้
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราริเริ่มไอเดียและลองหัดเขียนหนังสือบ้าง
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราได้ฝึกปรือฝีมือการสร้างเว็บไซต์โดยยืมธีมโรงเรียนเวทมนตร์มาใช้เป็นครั้งแรก
ขอบคุณ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ที่ทำให้เราได้ลองหัดใช้ชีวิตแบบคนเพ้อฝันได้อย่างสนุกสนานแต่ก็ลงตัวด้วยในเวลาเดียวกัน
ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ...
...แม้แต่ตอนนี้ ' แฮร์รี่ พอตเตอร์ ' ก็ยังคงฝังอยู่ใต้จิตสำนึกของเราอยู่
จนทำให้เรารู้สึกว่าแฮร์รี่มีชีวิตขึ้นมาจริงๆจากวรรณกรรมอย่างน่าเหลือเชื่อ
สำหรับใครที่ไม่เชื่อหรือจะว่าเราบ้าอะไรก็ตามแต่ ก็ต้องเชื่อ...เพราะหากแฮร์รี่ไร้ตัวตน...
จะมีคนที่ผูกพันกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ? อย่างน้อยก็เราคนนึงละที่รู้สึกแบบนั้น...

ความ ประทับใจและความผูกพันเหล่านั้นทำให้แฮร์รี่เป็นที่ชื่นชม ประทับใจและเปรียบดั่งเพื่อนมาตลอด
และจะเป็นตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด...ชั่วกาลนาน...
Peary
(ห้ามก๊อป ^ ^)
































